ตลาดหุ้นโดนแฮก ข้อมูลส่วนตัวรั่ว...แม้หุ้นยังไม่หาย แต่...นักลงทุนต้องป้องกันอย่างไร?
ตลาดหุ้นโดนแฮก ข้อมูลส่วนตัวรั่ว...แม้หุ้นยังไม่หาย แต่...นักลงทุนต้องป้องกันอย่างไร? สรุปที่นี่! เหตุการณ์ตลาดหุ้นไทยโดนแฮกข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมข้อควรระวัง
"ข้อมูลรั่ว แต่หุ้นยังอยู่" อาจเป็นประโยคที่สรุปเหตุการณ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการระบบ TSD Investor Portal ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ได้ดีที่สุด ซึ่งคำชี้แจงของ TSD ย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ ข้อมูลด้านการเงิน และทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแลของ TSD และยังไม่พบว่าข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบ
คำยืนยันนี้ช่วยลดความกังวลของผู้ลงทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากหุ้นยังปลอดภัย แล้วเหตุใดทั้ง TSD และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงออกมาเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนระมัดระวังการถูกแอบอ้าง การหลอกลวง และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นพิเศษ
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดย ช่วงวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน
หลังตรวจพบเหตุการณ์ บริษัทได้ปิดกั้นการเข้าถึงระบบดังกล่าวและหยุดการรั่วไหลของข้อมูลโดยทันที พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันภัยไซเบอร์เพิ่มเติม รวมทั้งดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ทั้งการรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบรับทราบ
โดย TSD ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ ข้อมูลด้านการเงิน และทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแล
พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้บริการเพิ่มความระมัดระวังในการรับอีเมล ข้อความ SMS หรือโทรศัพท์ที่แอบอ้างเพื่อหลอกขอข้อมูล ไม่คลิกลิงก์หรือเปิดเผยรหัสผ่านและข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ รวมทั้งควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ต่อมา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 แม้จะเป็นวันหยุดราชการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นัดสื่อมวลชนแถลงข่าว พร้อมเปิดเผยว่า ได้ประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อเร่งติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
และจากการประสานงานดังกล่าว ทำให้ TSD ทราบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ได้แก่
- ชื่อ-นามสกุล
- วันเดือนปีเกิด
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่
- หมายเลขโทรศัพท์
- อีเมล
- ชื่อบริษัทหลักทรัพย์
- เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
- ชื่อธนาคาร
- เลขที่บัญชีธนาคาร
TSD ยังคงยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่าข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
แนะอย่าเชื่ออีเมล ไม่คลิกลิงก์ ไม่เปิดเผย OTP
หนึ่งในประเด็นที่ TSD พยายามสื่อสารอย่างต่อเนื่อง คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ควรตื่นตระหนก เพราะข้อมูลที่ถูกเข้าถึงยังไม่สามารถนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ในระบบ หรือนำไปใช้ทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้ พร้อมคำแนะนำ ดังนี้
- ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน (OTP)
- ไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเปิดเอกสารจากผู้ส่งหรือแหล่งที่มาที่ไม่สามารถยืนยันได้
- ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
- เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันกับหลายบริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ
- ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
- หากได้รับอีเมลจาก TSD ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่า เป็นอีเมลที่มาจาก SETContactCenter@set.or.th เท่านั้น และต้องไม่มีลิงก์ใด ๆ แนบไปด้วย
ฝั่งสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า ได้ติดตามการดำเนินการของ TSD อย่างใกล้ชิด
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูล ขอแนะนำให้ประชาชนและผู้ลงทุนระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือโทรศัพท์ที่แอบอ้าง ซึ่งอาจใช้เป็นช่องทางหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงไม่คลิกลิงก์หรือเปิดเผยรหัสผ่านและข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้ที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้อาจไม่ได้ทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียหุ้นหรือไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามที่ TSD ยืนยัน แต่สิ่งที่ทั้ง TSD และ ก.ล.ต. สื่อสารตรงกัน คือ ความปลอดภัยของผู้ลงทุนไม่ได้จบเพียงการดูแลระบบซื้อขายหรือการรักษาทรัพย์สินในบัญชี หากยังรวมถึงการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ความระมัดระวังทุกครั้งเมื่อมีผู้ติดต่อขอข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ
เพราะในโลกการเงินที่เชื่อมโยงกับระบบดิจิทัลมากขึ้น "ความปลอดภัยของการลงทุน" ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาหุ้นในพอร์ตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาข้อมูลของเจ้าของพอร์ตด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB